รีวิว หนังอินเดีย คังคุไบ หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)

รีวิว ภาพยนตร์อินเดีย หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)

“เรามีศักดิ์ศรีมากกว่าคุณอีก ถามสิว่าทำไม คุณเสียศักดิ์ศรีไปครั้งหนึ่ง มันจะหายไปตลอดกาล ส่วนพวกเราขายศักดิ์ศรีทุกคืน แต่ก็ดูเหมือนจะไม่หมดสักที”

สวัสดีค่ะทุกคนวันนี้ก็มาพบกันอีกแล้วนะคะกับช่วงแนะนำซีรีส์และภาพยนตร์ค่ะ โดยวันนี้เราจะเปลี่ยนแนวมาแนะนำภาพยนตร์กันบ้างค่ะ

โดยประโยคด้านบนที่เรานำมาพูดถึงกันเป็นวลีเด็ดจากภาพยนตร์อินเดียที่มีชื่อเรื่องว่า “หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)” ภาพยนตร์เรื่องนี้ผ่านการดัดแปลงมาจากนวนิยายเรื่อง Mafia Queen of Mumbai ที่ผ่านการเขียนโดย ฮุสเซน ไซดี (Hussain Zaidi)

หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi) เป็นภาพยนตร์แนวดราม่าอาชญากรรมชีวประวัติ ที่สร้างมาจากเรื่องจริงโดยมี “คังคุไบ กฐิยาวาฑี” ที่เป็นตัวละครหลักของเรื่องมีข้อมูลอยู่จริง ซึ่งหญิงสาวคนนี้เป็นนักเคลื่อนไหวทางสังคมและขึ้นชื่อว่าเป็นมาเฟียหญิงแห่งมุมไบค่ะ วันนี้เราจะพาไปดูเส้นทางการเดินทางของเธอว่ากว่าจะกลายเป็นหญิงแกร่งขนาดนี้เธอผ่านอะไรมาบ้างค่ะ ขอบอกเลยนะคะว่าภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังได้รับความนิยมมากและติดท็อป 1 ใน 10 ของ แอปพลิเคชัน Netflix กว่า 25 ประเทศ ใครที่ไม่ได้ดูคือพลาดมาก ๆ ค่ะ

เรื่องย่อ หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)

ภาพยนตร์อินเดีย หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)
ภาพยนตร์อินเดีย หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)

หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi) เป็นภาพยนตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวของ “คังคุไบ กฐิยาวาฑี” โดยจะเริ่มเรื่องจากเด็กสาวคนหนึ่งที่มีชื่อว่าคงคา กฐิยาวาฑี (Alia Bhatt) เธอเป็นหญิงสาวที่มีฐานะดีเพราะพ่อของเธอเป็นทนายความ คงคาเป็นคนที่มีหน้าตาสวยมาก ฉลาด เธอมีความสามารถในการเต้นรำและการแสดง ทำให้เธอใฝ่ฝันว่าวันหนึ่งตัวเองจะได้กลายเป็นนักแสดงที่มีชื่อเสียง วันหนึ่งแฟนหนุ่มของเธอที่ชื่อว่า รามนิก ก็หอบข่าวดีมาฝากเธอ เขาบอกเธอว่าเขาได้ติดต่อเอเจนซี่ไว้แล้ว หากเธอเดินทางไปกับเขาเธอจะได้เป็นดารานักแสดงอย่างแน่นอน ในตอนแรกคงคาลังเลเพราะเธอไม่อยากจากพ่อแม่ไปแต่เมื่อรามนิกพูดมาก ๆ เข้า พร่ำบอกว่าเขารักหล่อนมากแค่ไหน ทำให้เธอตัดสินใจหนีออกจากบ้านและเดินทางไปกามฐิปุระกับเขา

แน่นอนว่าความจริงไม่เหมือนกับที่ฝันเพราะแฟนหนุ่มของเธอไม่ได้พาเธอมาเป็นดาราหรือนักแสดงแต่อย่างใด แต่เขาพาเธอมาขายใน “ซ่องโสเภณี” ในราคา 1,000 รูปี (ในตอนนี้ประมาณ 450 บาทไทย) เท่านั้น เมื่อเขาขายเธอเสร็จแล้วเขาก็จากไปและไม่ย้อนคืนกลับมาอีกเลย คงคาขัดขืนอยู่เป็นเวลาหลายวันแต่สุดท้ายเธอก็ต้องยอมจำนนเพราะเธอได้เสียศักดิ์ศรีไปแล้วและไม่สามารถย้อนเวลาได้อีกแล้ว แต่นั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เธอได้กลายมาเป็นหญิงแกร่ง คงคาทำหน้าที่โสเภณีได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง แต่วันหนึ่งมีลูกค้าคนหนึ่งมาบอกให้เธอเปลี่ยนชื่อเป็น “คังคุ” เพราะเขาเชื่อว่าเธอจะกลายเป็นคนที่ยิ่งใหญ่กว่านี้ ซึ่งหลังจากนั้นเป็นต้นมาชื่อคงคาก็ไม่มีอีกแล้วมีแต่ “คังคุ”

เมื่อเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ คังคุเริ่มเป็นผู้นำของโสเภณีในซ่องและได้รับการไว้วางใจจากทุกคนแม้แต่เจ้าของซ่องก็ยังต้องเกรงใจเธอ ต่อมาเจ้าของซ่องคนเดิมได้ตายจากไป คังคุเลยได้ขึ้นมาเป็นเจ้าของซ่องคนใหม่ มีชื่อและตำแหน่งว่า “คังคุไบ” ( “ไบ” ที่ต่อท้ายน่าจะเป็นตำแหน่งนายหญิง) คังคุไบได้ปรับเปลี่ยนกิจการใหม่ เธอทำให้โสเภนีที่อยู่ในซ่องมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่แค่ดีขึ้นมันยังไม่พอเพราะคังคุไบต้องการเรียกร้องสิทธิของสตรีให้มากกว่าเดิมและต้องการปกป้องพวกเธอ คังคุไบได้ขึ้นเป็นมาเฟียหญิงได้อย่างไรต้องไปติดตามกันค่ะ

คำเตือน : มีสปอยล์

1.ทำความรู้จักกับ “คังคุไบ” หญิงแกร่งแห่งมุมไบ

ภาพยนตร์เรื่องหญิงแกร่งแห่งมุมไบนำเสนอเรื่องราวของหญิงสาวที่ชื่อว่า “คงคา” เธอใฝ่ฝันว่าตัวเองจะได้กลายเป็นนักแสดงชื่อดังเพราะเธอมีความสามารถในด้านนี้ แต่เรื่องราวไม่ได้เป็นดั่งฝันเพราะแฟนหนุ่มของเธอหลอกเธอมาขายใน “ซ่อง” ที่กามฐิปุระ แน่นอนว่าเมื่อได้มาอยู่ที่นี่ชีวิตของเธอก็เปลี่ยนไปและจะไม่หวนกลับคืนมาอีกแล้ว คงคาจำใจต้องทำงานที่นี่เพราะเธอไม่สามารถกลับบ้านได้และไม่สามารถขัดขืนได้ด้วย จนสุดท้ายเธอก็กลายเป็นโสเภณีแบบเต็มตัวและได้เปลี่ยนชื่อเป็น “คังคุ” ซึ่งชื่อนี้ได้มาจากการที่ลูกค้าซื้อบริการตั้งชื่อให้เธอค่ะ หลังจากนั้นคงคาก็ใช้ชื่อว่า “คังคุ” มาตลอด ชีวิตของคังคุเต็มไปด้วยความสิ้นหวังแต่เธอไม่ได้เศร้านานนัก เพราะเธอต้องการพยายามผลักดันตัวเองให้กลายเป็นคนที่ดีและพยายามจะเรียกร้องสิทธิให้กับเธอและพรรคพวกของเธอที่มีอาชีพเป็นหญิงขายบริการ

คัง"คุไบ” หญิงแกร่งแห่งมุมไบ
คัง”คุไบ” หญิงแกร่งแห่งมุมไบ

แน่นอนว่าความพยายามของคังคุไม่ได้เสียเปล่าเพราะด้วยความศรัทธาและโอกาสทำให้คังคุได้กลายเป็น “คังคุไบ กฐิยาวาฑี” จากโสเภณีก็กลายเป็นเจ้าของซ่องและได้กลายเป็นนักสิทธิสตรีที่มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น เธอได้เลี้ยงดูหญิงโสเภณีมากถึง 4,000 คนและผลักดันให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้นค่ะ โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นจากเรื่องจริงด้วยค่ะทุกคน โดยนักแสดงที่ได้มารับบทคังคุคือ “อเลีย บาตต์ (Alia Bhatt)” นักแสดงสาวชื่อดังของอินเดีย ซึ่งเธอได้ถ่ายทอดอารมณ์ออกมาได้ดีมาก ทั้งแววตาและท่าทางทำให้เรารู้สึกอินไปกับตัวเรื่องจริง ๆ ค่ะ ถึงแม้ตอนนั้นจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ออกมาว่าอเลีย บาตต์ดูเด็กเกินไปสำหรับบทบามคังคุไบ แต่เสียงที่หนักแน่น วิธีที่การเดิน ท่าทาง ความมั่นใจที่เธอแสดงออกมาจากรอยยิ้ม ความเจ็บปวดที่มองเห็นได้ในดวงตามันทำให้ตัวละครนี้สมบูรณ์แบบมาเลยทีเดียวค่ะ

2. นำเสนอเรื่องราวของ Sex Worker

“อาชีพเก่าแก่ที่สุดในโลกคือ โสเภณี หากไม่มีเราแม้แต่สวรรค์ก็คงไม่สมบูรณ์”

คำพูดนี้เป็นคำพูดที่คังคุไบพูดไว้ในภาพยนตร์ค่ะ ซึ่งผู้เขียนมองว่าคนไทยอย่างเราต้องเข้าใจเรื่องนี้ดีเพราะมีกลุ่มคนหลายคนที่พยายามผลักดันให้กลุ่มอาชีพขายบริการทางเพศ (Sex Worker) กลายเป็นอาชีพที่ถูกกฎหมาย ซึ่งภายในเรื่องเราจะเห็นผู้หญิงที่ขายบริการถูกกดขี่และข่มเหง แม้จะเป็นมนุษย์เหมือนกันแต่ไม่ได้รับการปฏิบัติเฉกเช่นกับมนุษย์ โดยเฉพาะตัวคังคุเองเธอขายบริการแต่กลับโดนลูกค้าทำร้ายร่างกายจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ผู้คนภายนอกมักจะรังเกียจผู้หญิงที่อยู่ในซ่อง ต้องการจะประท้วงเพื่อปิดซ่องและไล่ที่ไม่ให้พวกเธอมีที่อยู่ อีกทั้งลูก ๆ ของโสเภณีก็ไม่ได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียม และโดนทำร้ายร่างกายจากครูผู้สอนในโรงเรียนด้วย

ภาพยนตร์อินเดีย หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)
ภาพยนตร์อินเดีย หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi) บอกเล่าเรื่องราวของอาชีพโสเภณีในประเทศอินเดีย

หลายคนอาจจะมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาในประเทศอินเดีย แต่มันแสดงให้เราได้เห็นถึงวัฒนธรรมที่ยังคงล้าหลังอยู่มากเพราะปัญหานี้ก็มีในไทยเหมือนกัน ผู้เขียนคาดหวังว่าในโลกทุก ๆ คนจะต้องได้รับการปฏิบัติเฉกเช่นเดียวกันเพราะจริง ๆ แล้ว Sex Worker ก็เป็นแค่อาชีพสุจริตอาชีพหนึ่ง พวกเธอไม่ใช่อาชญากรหรือผู้ร้ายแต่อย่างใด แต่การเป็น Sex Worker เป็นอาชีพที่เธอหาเลี้ยงตัวเองค่ะ

ในเรื่องคังคุไบยังพูดอีกว่าการที่ไม่มีเหล่าหญิงสาวขายบริการอาชญากรรมที่เกิดขึ้นจากการข่มขืนก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน หากไม่มีพวกเธอวันนี้เด็กสาวที่กำลังอยู่ในช่วงที่เบ่งบานอาจจะต้องตกไปเป็นเหยื่อทางเพศก็ได้ค่ะ ดังนั้นสุดท้ายแล้วอาชีพ Sex Worker ควรจะเป็นอาชีพที่อิสระและไม่ควรถูกกดไว้ในกรอบของศีลธรรมค่ะ

3. เป็นภาพยนตร์สะท้อนสังคมที่ดีมาก

“ดูละครแล้วย้อนมองดูตน”

วลีนี้เป็นวลีที่ใช้ได้เสมอมาค่ะเพราะภาพยนตร์เรื่องหญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi) เป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนสังคมได้ดี นอกจากจะสะท้อนให้เห็นปัญหาสังคมในอินเดียแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาสังคมทั่วโลกด้วยค่ะ ซึ่งผู้เขียนเชื่อว่าทุก ๆ ประเทศในโลกจะต้องมีคนที่ทำอาชีพ Sex Worker อยู่แล้ว แต่อาชีพเหล่านี้ก็ไม่ได้รับการยอมรับแบบจริง ๆ จัง ๆ เสียทีเพราะจะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่มองว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ไร้ศีลธรรมและไม่ควรค่าแก่การเป็นที่ยอมรับ ทั้ง ๆ ที่มันก็เป็นแค่อาชีพหนึ่งที่ใช้ร่างกายในการทำงาน ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็เป็นปี 2022 แล้วแต่ก็ยังมีข่าวออกมาทุกวันว่ามีการทำร้ายร่างกายหญิงขายบริการ ล้อมจับหญิงค้าบริการ อีกทั้งก็ยังมีข่าวบูลลี่ออกมาเรื่อย ๆ ซึ่งมันควรจะหมดไปได้แล้วค่ะ

ภาพยนตร์อินเดีย หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)
ภาพยนตร์อินเดีย หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)

สังคมไม่ควรเลือกปฏิบัติคนด้วยอาชีพที่เขาทำ เพราะเดี๋ยวนี้อาชญากรไม่ได้เลือกอาชีพค่ะ ไม่ว่าจะเป็นครู เป็นทหาร ตำรวจหรืออาชีพที่มีเกียรติต่าง ๆ ก็สามารถเป็นอาชญากรได้ แต่ทำไมต้องมาขีดเส้นไว้ว่าอาชีพขายบริการเป็นอาชีพที่ดีไม่ดีด้วย นอกจากนี้เราจะได้เห็นอยู่บ่อย ๆ ค่ะว่าเด็กที่เกิดจากโสเภณีมักจะมีปัญหา แต่เรื่องนั้นก็มีต้นตออยู่ดีค่ะเพราะเมื่อมีคนรู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นลูกของโสเภณีเป็นลูกของผู้หญิงขายตัวก็จะได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกันออกไปและไม่ได้รับการยอมรับซึ่งสิ่งนี้ไม่ควรจะเกิดขึ้นในสังคมค่ะ ดังนั้นทุกคนคะในโลกใบนี้ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร ทำอาชีพอะไร หรือว่ามีเชื้อชาติแบบไหนก็ควรได้รับการปฏิบัติที่เท่าเทียมกันทั้งหมดค่ะ ในเริ่มแรกให้เริ่มที่ตัวเราก่อนเลยค่ะหากเราเริ่มคนอื่นเริ่มสังคมก็จะดีขึ้นไม่ช้าก็เร็ว

4. การขึ้นเป็นมาเฟียหญิงของ “คังคุไบ”

เส้นทางความก้าวหน้าของคังคุไบเป็นการเล่าเรื่องที่ผู้เขียนมองว่าสนุกที่สุดแล้วค่ะ เพราะมันทำให้เราได้เห็นว่ากว่าจะมีทุกวันนี้เธอได้ผ่านอะไรมาบ้าง ซึ่งตั้งแต่เริ่มต้นคังคุไบก็มีปณิธานอันแรงกล้าค่ะว่าเธอจะต้องเป็นคนที่ดีกว่านี้ให้ได้ แต่อันที่จริงแล้วคนที่มีบทบาทมากในการพาเธอขึ้นมาถึงจุดจุดนี้คือ “ราฮิม ลาลา” ค่ะ จุดเปลี่ยนในชีวิตของคังคุไบคือการที่เธอโดน “เชากัต ข่าน ปาทาน” ทำร้ายร่างกาย ซึ่งแน่นอนว่าเจ้าของซ่องคนก่อนไม่สามารถช่วยเหลืออะไรเธอได้ เพราะเซากัตให้เงินค่าตัวของเธอมากกว่าคนอื่น ในตอนนั้นคังคุไบแทบเอาตัวเองไม่รอดและเธอต้องนอนติดเตียงไปหลายวัน หลังจากที่เธอสืบจนรู้ว่าเซากัตเป็นลูกน้องของราฮิมเธอก็เดินทางไปหาเขาทันที

ภาพยนตร์อินเดีย หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)
ภาพยนตร์อินเดีย หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)

และนี่คือจุดเปลี่ยนของเธอเลยค่ะ ในตอนแรกเธอจะตั้งใจไปทวงความยุติธรรมให้กับตัวเอง แน่นอนว่าถึงแม้ราฮิมจะเป็นมาเฟียผู้มีอิทธิพลเขาก็ให้ความช่วยเหลือเธอเพราะลูกน้องของเขาเป็นคนที่ไม่ดีก่อน เขาถึงกับลงมือทำร้ายเชากัตด้วยตัวเองด้วย ในส่วนนี้ผู้เขียนไม่แน่ใจนะคะว่าทำไมราฮิมถึงช่วยเหลือคังคุไบอยู่บ่อยครั้งแต่หากอ้างตามเรื่องจริงหลังจากนั้นไม่นานคังคุไบก็ได้กลายเป็นน้องร่วมสาบานของราฮิมค่ะ ต่อมาคังคุไบได้เริ่มบริหารพื้นที่บริเวณกามฐิปุระ ซึ่งเธอก็กลายเป็นเจ้าของซ่องโสเภณีคนแรกที่มีรถเบนท์ลี่ย์ด้วยค่ะ ในภายหลังคังคุไบก็เข้าสู่เส้นทางการเมืองและกลายเป็นผู้นำหญิงของกามฐิปุระค่ะ

5. ฉากและการดำเนินเรื่องที่ฉีกกฎของหนังอินเดีย

หากนึกถึงหนังหรือภาพยนตร์อินเดียผู้เขียนเชื่อว่าทุกคนคงจะต้องมีภาพจำเกี่ยวกับหนังอินเดียอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการแสดงอภินิหาร ความเว่อวังอลังการเกินจริงหรือพล็อตเรื่องที่ดูไม่ลื่นไหล แต่ปัญหานี้จะไม่มีในภาพยนตร์เรื่องหญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi) อย่างแน่นอนค่ะ เพราะเรื่องงานภาพ คอสตูมและมุมกล้องดีมาก ทำให้เราเกือบลืมหนังอินเดียแบบเก่า ๆ ไปเลยค่ะ โดยภาพยนตร์ได้เข้าฉายวันแรกที่อินเดียเมื่อ 25 กุมภาพันธ์ 2022 และได้เข้าใน Netflix เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2022 ที่ผ่านมาค่ะ

ภาพยนตร์อินเดีย หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)
ภาพยนตร์อินเดีย หญิงแกร่งแห่งมุมไบ (Gangubai Kathiawadi)

หลังจากที่เข้าฉายไปได้ 2 วันแรกหนังก็ทำกำไรไปแล้วกว่า 366.9 ล้านบาทและรายได้ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องค่ะ โดยเมื่อนำมาเข้าใน Netflix ก็ติดท็อป 10 ถึง 25 ประเทศและมีคนเข้าชมมามากกว่า 13.81 ล้านชั่วโมง ในเวลา 1 สัปดาห์ค่ะ ผู้เขียนชื่นชอบกลวิธีในการเล่าเรื่องมาก ๆ ค่ะ เพราะทางเรื่องจะเปิดตัวด้วยความยิ่งใหญ่ของคังคุไบแล้วค่อย ๆ ย้อนอดีตของเธอขึ้นมาเพื่อเล่าเรื่องให้เราฟังค่ะ โดยจุดเด่นเลยก็คือชุดและการแต่งกายของคังคุไบคือสวยมาก ๆ ค่ะ เครื่องหน้าการแต่งการก็เป๊ะ อีกทั้งยังมีการดำเนินเรื่องสลับไปกับการร้องเพลงและการร่ายระบำด้วยทำให้ภาพยนตร์น่าดูมากยิ่งขึ้นถือเป็นการดูภาพยนตร์ 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ที่คุ้มค่ามาก ๆ ค่ะ อยากให้ทุกคนได้ดูกัน